10 เคล็ดลับ ที่จะทำให้ไม่พลาดจากการชิงทุนการศึกษา!
1. บางครั้งคุณไม่สามารถยื่นขอทุนการศึกษาจนกว่าคุณจะสมัครเรียน!
ทุนการศึกษาส่วนมากนั้น น้องๆ
จำเป็นที่จะต้องสมัครเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ
ก่อนถึงจะมีสิทธิ์ในการขอทุน แต่ก็ไม่ใช่ทุกทุนที่จะมีลักษณะแบบนี้
ยังมีทุนที่สามารถสมัครได้ก่อนหรือพร้อมการสมัครเข้าเรียนอย่างเช่นทุนของรัฐบาล
ดังนั้นก่อนที่จะสมัครทุคนนั้นควรเช็กให้ดีเสียก่อนว่าทุนที่น้องๆ
จะสมัครนั้นเป็นทุนประเภทไหนกันแน่
2. ทุนนั้นไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง
มีค่าใช้จ่ายมากมายที่น้องๆ นั้นต้องรับผิดชอบเอง แม้น้องๆ
โชคดีได้รับทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน น้องๆ
ก็ยังต้องหาเงินเพิ่มสำหรับการเดินทาง อาหาร หนังสือ ประกันสุขภาพ
ค่าโทรศัพท์ และเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว
3. มองให้ไกลกว่าแค่ทุนของมหาวิทยาลัย
สามารถดูรายชื่อทุนการศึกษาทั้งหมดได้จากเว็บไซต์จำนวนมากเช่น
รวมถึงทุนที่ได้รับจากบริษัทเอกชนหรือทุนจากหน่วยงานรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน
(เช่น ทุน British Council) หรือแม้กระทั่งของประเทศเราเอง (เช่น
ทุนของกระทรวงศึกษาธิการ) ตรวจดูให้รอบคอบว่าน้องๆ
มีสิทธิ์ที่จะสมัครหรือเปล่า เพราะบางทีจะมีการจำกัดสัญชาติหรืออายุอยู่ในการสมัครนั้นๆ
เราจะได้ไม่เสียโอกาสไปฟรีเนอะ
4. ทุนช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ยังไงก็คือทุน
ถึงแม้จะเป็นเพียงความช่วยเหลือเล็กน้อยในเรื่องค่าหนังสือ
แต่มันก็คุ้มค่ากับการสละเวลามาสมัคร
จะได้ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลเมื่อน้องๆ ไปถึงที่นั่น!
ถึงแม้บางทุนจะไม่ใช่ทุนเต็มจำนวน หรือจ่ายให้เพียงแค่การเล่าเรียนก็ตาม
แต่นั่นก็คือโอกาสดีๆ ที่รอให้น้องๆ เข้าไปสัมผัส
5. สมัครทุนให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
มันค่อนข้างใช้เวลา แต่ยังไงทุนก็คือทุนนะ! ถ้าสมัครได้ก็ต้องสมัครค่ะ
เพราะฉะนั้นทำลิสต์ของทุนการศึกษาทั้งหมดที่น้องๆ สามารถสมัครได้
ตรวจสอบอีกครั้งว่าน้องๆ นั้นมีเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่
และให้คนอื่นช่วยอ่านจดหมายสมัครของน้องๆ
ด้วย เวลาได้มองจากมุมอื่นด้วยจะทำให้เห็นจุดที่ยังต้องแก้ไขชัดเจนมากขึ้นด้วย
6. มั่นใจเข้าไว้!
ถ้าหากจดหมายสมัครนั้นต้องการเรียงความว่าทำไมน้องๆ
ถึงเหมาะสมที่จะได้รับทุนการศึกษานี้ อย่าได้เขินไปค่ะ! เขียนผลงานของน้องๆ
ที่เกี่ยวข้องลงไปให้หมดเลย ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานทางวิชาการนะ ไม่ว่าจะเป็น
การทำงานกับชุมชน ประสบการณ์การทำงาน หรือรางวัลต่างๆ
ก็เขียนลงไปให้หมดเลย!
7. ระวังทุนปลอม
ถ้าเจอคำว่า “ได้ทุนการศึกษาอย่างแน่นอนหรือ guaranteed scholarship” ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าต้องเป็นของปลอม ทุนการศึกษาของจริงไม่ควรคิดค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียมแพงๆ
ดีไม่ดีน้องๆ อาจจะโดนโกงเงินค่าธรรมเนียนไปฟรีๆ ด้วย
เพราะฉะนั้นถ้าเห็นทุนการศึกษาที่มีลักษณะแบบนี้ให้น้องๆ ระวังไว้ด้วย
8. จัดการเวลาให้ดี
ควรวางแผนเรื่องเงินสำหรับเรียนต่ออย่างน้อยที่สุด 18
เดือนก่อนที่จะไปเรียนค่ะ แต่ถ้าน้องๆ ได้รับการตอบรับเข้าเรียนไปแล้ว
ก็อาจจะมีเวลาน้อยลงในการสมัครทุนการศึกษา
โดยเฉพาะทุนแบบเฉพาะสำหรับสาขานั้นๆ เพราะฉะนั้น อย่าลืมวันเดทไลน์ของแต่ละการสมัครเด็ดขาด! ควรเช็กกับเว็บทุนและเว็บมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ
9. เก็บเอกสารทั้งหมดไว้ให้ดี
ต้องเก็บหลักฐานทางการเงินไว้เพื่อขอวีซ่า
ซึ่งนั่นก็รวมถึงรายละเอียดของทุนการศึกษาที่น้องๆ
ได้ว่าครอบคลุมค่าอะไรไปบ้าง นอกจากนี้ก็ต้องเก็บเอกสารสำคัญต่างๆ
ที่จำเป็นไว้เผื่อในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ฉุกเฉินจะได้ไม่มีปัญหา
10. ต้องมีแผนสำรอง!
อย่าหมดหวังไปถ้าหากทุกอย่างที่สมัครไปกลายเป็นศูนย์ ยังมีอีกหลายแหล่งเงินทุนสำหรับการศึกษาที่รอน้องๆ
อยู่ เช่น เงินกู้สำหรับการศึกษา
ความช่วยเหลือจากเพื่อนและครอบครัวของน้องๆ
เอง รวมไปถึงทุนการศึกษาจากหลายบริษัทเอกชน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น